8 Python Libraries ที่ทำให้ Data Exploration ง่ายและมีระบบมากขึ้น

25-ก.พ.-26

คัมภีร์เทพ IT

ข้อมูลดิบนั้นตรงไปตรงมาเสมอ แต่ก็มักเต็มไปด้วยความไม่เป็นระเบียบและปัญหาที่ซ่อนอยู่ ความยุ่งยากของ Data Exploration ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นก่อนจะได้วิเคราะห์ด้วย Pandas อย่างจริงจัง บทความนี้จึงรวบรวม 8 Python Libraries ที่ทำให้ Data Exploration ง่ายและมีระบบมากขึ้น ลดความผิดพลาด และทำให้คุณเข้าใจข้อมูลได้เร็วขึ้นตั้งแต่ต้นทาง

1. ydata-profiling (formerly pandas-profiling)

Exploration ได้อย่างเป็นระบบโดยไม่ต้องคาดเดา

คุณคงคุ้นกับขั้นตอนมาตรฐานที่ทำกันประจำเหล่านี้ดี: df.head(), df.describe(), missing values check, dtype confusion

Library ตัวนี้จะช่วยบีบอัดขั้นตอนทั้งหมดนั้นให้เหลือแค่คำสั่งเดียว และยังแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่คุณ “ลืมถาม” อีกด้วย

สิ่งที่มันตรวจจับได้ แต่คนมักจะพลาดกัน:

  • Column ที่มีค่าเดียวกันทุกแถว แต่คุณลืมลบออก
  • Column ที่ดูเหมือน Categorical แต่จริง ๆ คือ ID ที่มี Cardinality สูงมาก
  • ค่า Skewness ที่อาจทำให้ Model มีปัญหาในภายหลัง

ทำไมมันถึงสำคัญ:

มันช่วยให้คุณได้เห็นความเสี่ยง (เช่น Data Leakage) ก่อนที่จะเริ่มทำการ Train Model

2. Sweetviz

ทำ Exploratory Data Analysis (EDA) ให้ “เห็นภาพ”

Sweetviz จะช่วยสร้างรายงานเปรียบเทียบแบบ Side-by-Side โดยที่คุณไม่ต้องเขียน Matplotlib Code หลายสิบบรรทัดเพื่อประกอบกราฟเอง

สิ่งที่ทำให้มันแตกต่าง:

  • วิเคราะห์ Target ให้โดยอัตโนมัติ
  • แยกวิเคราะห์ Feature ทีละตัวแบบเข้าใจง่าย
  • ไม่ต้องเข้าไป Configuration ค่าอะไรให้วุ่นวาย

Use Case:

มันเหมาะมากในกรณีที่ต้องรีบทำความเข้าใจ Dataset ก่อนที่จะประชุม หรือก่อนนำเสนอให้กับทีมของคุณ

3. missingno

เพราะ Missing Data แทบไม่เคยเกิดขึ้นแบบสุ่ม ๆ (แม้หลายคนจะยืนยันแบบนั้น)

Missing Values มักเล่าเรื่องราวบางอย่าง และส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยดีนัก

Library นี้ช่วยให้คุณเห็น:

  • ความสัมพันธ์ของการหายไปของข้อมูล
  • การหายไปของข้อมูลเป็นกลุ่ม ๆ พร้อมกัน
  • ช่องว่างตามช่วงเวลา (Time-based Gaps)

ความจริงที่ต้องยอมรับ:

ถ้าคุณไม่ Visualize เจ้า Missing Data นั่นคือ คุณกำลัง “คาดเดา” และการคาดเดาแบบนี้มักจะสร้างปัญหาในระยะยาว

4. lux

EDA ที่แนะนำสิ่งที่ควรจะดูต่อ ให้แก่คุณ

Lux จะคอยดูว่า คุณทำอะไรกับ DataFrame แล้วเสนอ Visualization หรือความสัมพันธ์ที่น่าสนใจให้อัตโนมัติ

คุณจะได้:

  • ความสัมพันธ์ที่ “น่าสนใจ” โดยไม่ต้องเขียนกราฟเอง
  • คำแนะนำ Visualization ที่เหมาะกับข้อมูลแบบอัตโนมัติ
  • การเปรียบเทียบข้อมูลโดยที่คุณไม่ต้องเขียนคำสั่งเพิ่ม

ทำไมมันถึงมีความพิเศษ:

Library ส่วนใหญ่จะรอคำสั่งจากคุณ แต่ Lux จะทำตัวเหมือนนักวิเคราะห์ข้อมูล ที่คอยชวนคุณตั้งคำถามอื่น ๆ เพิ่ม

5. dtale

Pandas ในแบบ Interactive และมีความตรงไปตรงมา

ลองนึกภาพถึง Spreadsheet ที่ไม่โกหกคุณ

คุณสามารถ:

  • Filter / Sort และแก้ไขข้อมูลได้แบบ Real-Time
  • Run คำสั่ง Pandas ผ่าน UI
  • มองเห็นความผิดปกติจากภาพได้ทันที แทนที่จะต้องเพ่งดูตัวเลขใน Console ไปทีละบรรทัด

Use Case:

มันเหมาะมากในกรณีที่คุณต้องแชร์ข้อมูลให้ผู้ที่เกี่ยวข้องดูแบบเร็ว ๆ โดยที่ไม่ต้อง Export ไปยัง Excel

6. pyjanitor

ทำ Data Cleaning ให้ Code อ่านง่ายขึ้นโดยไม่ต้องรู้สึกผิด

Dataset ส่วนใหญ่มักจะไม่ได้ถูกสำรวจอย่างละเอียด อาจทำให้ Code ไม่ Clean ตามไปด้วย

มันจะช่วย:

  • ลดความสับสนวุ่นวายของชื่อ Column
  • ลด Boilerplate Code ที่ซ้ำซ้อน
  • แก้ปัญหาเรื่อง Readability

ทำไมหลายคนถึงชอบมัน:

Code ที่ Clean จะช่วยทำให้เห็น Pattern และ Bug ได้ชัดเจนมากขึ้น

7. skimpy

describe() ที่ใช้งานได้จริงกับข้อมูลหลากหลายประเภท

คุณจะได้:

  • การสรุปผลที่อ่านเข้าใจง่าย
  • สถิติที่คำนึงถึงชนิดข้อมูล (Type-aware Stats)
  • การแยก numeric, categorical และ datetime อย่างชัดเจน

ข้อเท็จจริง:

Skimpy ถูกสร้างขึ้นเพราะ df.describe() มักล้มเหลวโดยไม่มีการแจ้งเตือนใด ๆ เมื่อเจอ Dataset ที่มีข้อมูลหลายประเภทปะปนกัน และมันก็ไม่ใช่ปัญหาเล็ก ๆ เลย

8. whylogs

Data Exploration ที่ “จดจำอดีต” ได้ (สามารถติดตามในระยะยาวได้)

EDA ส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่ทำครั้งเดียวแล้วจบ ซึ่งนั่นแหละคือปัญหา

Whylogs

  • Data Drift (ข้อมูลที่เข้ามาในวันนี้ ไม่เหมือนกับข้อมูลที่ Model เคยเรียนรู้ในอดีต)
  • การเปลี่ยนแปลง Schema
  • การเปลี่ยนแปลงทางสถิติเมื่อเวลาผ่านไป

นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ:

นี่คือจุดเปลี่ยนจาก “สำรวจข้อมูลก่อนทำ Model” ไปสู่ “เฝ้าดูพฤติกรรมของข้อมูลตลอดเวลา” และนี่คือสิ่งที่ช่วยป้องกัน Production Model พังจากการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่ไม่มีใครสังเกตเห็น

สรุป

และนี่ก็เป็น 8 Python Libraries ที่ทำให้ Data Exploration ง่ายและมีระบบมากขึ้น ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือ แต่มันคือแนวทางในการทำ Exploratory Data Analysis อย่างมีโครงสร้าง ตั้งแต่การตรวจสอบคุณภาพของข้อมูล การพบความผิดปกติ ไปจนถึงการติดตามการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลในระยะยาว หากคุณเริ่มต้นได้ถูกต้อง ก็จะลดความเสี่ยงในการนำ Data ไปใช้ในขั้นตอนถัดไปได้อย่างมาก

ที่มา: https://python.plainenglish.io/

 

 

รับตำแหน่งงานไอทีใหม่ๆ ด้วยบริการ IT Job Alert

 

อัพเดทบทความจากคนวงในสายไอทีทาง LINE ก่อนใคร
อย่าลืมแอดไลน์ @techstarth เป็นเพื่อนนะคะ

เพิ่มเพื่อน

 

บทความล่าสุด