7 Websites คู่ใจ Web Developer ที่ช่วยลดเวลาและความปวดหัวในการทำงาน

20-ก.พ.-26

คัมภีร์เทพ IT

ในโลกของการพัฒนา Web เวลาคือทรัพยากรที่มีค่าที่สุด และความปวดหัวก็มักเกิดจากเรื่องจุกจิกอย่าง Browser Support, Documentation กระจัดกระจาย หรือการ Debug ที่กินเวลานาน บทความนี้ได้รวบรวม 7 Websites คู่ใจ Web Developer ที่ช่วยลดเวลาและความปวดหัวในการทำงาน ทำให้คุณโฟกัสกับการพัฒนา Web ได้เต็มที่ และเสียเวลากับเรื่องที่ไม่จำเป็นน้อยลง

1. CodePen — สนามเด็กเล่นของสาย Frontend

ถ้าโลกของ Frontend มีลานสาธารณะกลางเมือง มันก็คงชื่อ CodePen

CodePen คือสถานที่ที่ Developers แชร์การทดลองเล็ก ๆ ที่โฟกัสอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น CSS Tricks, Animation, UI Components, Loaders, Buttons, Navbars ซึ่งล้วนเป็นงานสร้างสรรค์ มันไม่ใช่พื้นที่สำหรับ Apps ขนาดใหญ่ แต่มันคือพื้นที่ของ “ไอเดีย”

สิ่งที่ทำให้ CodePen มีความพิเศษ ไม่ใช่จากตัว Editor แต่เป็น “Community” และ “แนวคิดการใช้งาน” ที่สนับสนุนการทดลอง แชร์ และเรียนรู้ร่วมกัน

ทำไม Developer ถึงชื่นชอบ:

  • สร้าง Prototype ของ HTML, CSS และ JavaScript ได้ทันที
  • เรียนรู้ CSS ขั้นสูงจากตัวอย่างที่ใช้จริง
  • ผสมผสานไอเดียจากงานของคนอื่นแล้วเรียนรู้ผ่านการปรับแก้
  • สำรวจ Features ใหม่ของ Browser ก่อนที่จะมี Tutorial ออกมา

Pro tip: Developer FeedPro tip: คุณสามารถกดติดตาม Developer ที่คุณชอบในสไตล์ของพวกเขา แล้ว Feed ของคุณจะกลายเป็นเครื่องผลิตแรงบันดาลใจในทุก ๆ วัน

2. Can I Use — ไม่ต้องเดาเรื่อง Browser Support อีกต่อไป

Web Developer แทบทุกคนน่าจะเคยเจอสถานการณ์นี้

คุณสร้างบางอย่างที่ดูดีมาก และมันก็ทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบใน Chrome แต่พอมีคนเปิดด้วย Safari… เท่านั้นแหละ ทุกอย่างกลับพัง

และ Can I Use ก็ถูกสร้างมาเพื่อป้องกันเหตุการณ์แบบนั้น

Website นี้จะบอกคุณอย่างชัดเจนว่า Browser ไหนรองรับ Features อะไรของ HTML, CSS และ JavaScript บ้าง ซึ่งละเอียดถึงระดับ Versions และแม้กระทั่งรองรับแบบสมบูรณ์หรือรองรับเพียงแค่บางส่วน

ทำไม Developer ถึงขาดมันไม่ได้:

  • ตรวจสอบการรองรับ CSS Grid, Flexbox, Container Queries และอื่น ๆ
  • ดูข้อจำกัดของ Mobile Browser ได้ทันที
  • ตัดสินใจจากข้อมูลจริง ไม่ใช่การเดา
  • หลีกเลี่ยงการปล่อย Features ที่พังโดยที่คุณไม่รู้ตัว หรือพังแบบไม่มี Error ชัดเจน ในบาง Browsers

Developer มืออาชีพ จะไม่พูดประโยคที่ว่า “มันใช้ได้ดีบนเครื่องของผม” พวกเขาจะใช้การตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลจริงก่อนจะตัดสินใจใช้เทคโนโลยีใด ๆ และ Can I Use ก็คือข้อมูลนั้น

3. CSS-Tricks — Wikipedia แห่งโลก Frontend

CSS-Tricks Blog FrontendCSS-Tricks ไม่ใช่แค่ Blog แต่มันคือหนึ่งในเสาหลักของวงการ Frontend

มันมีตั้งแต่คู่มือของ Flexbox และ Grid ระดับตำนาน ไปจนถึงบทความในเชิงลึกเรื่อง Accessibility, Layout และ Browser Quirks ซึ่ง Website นี้ได้สอน CSS ให้ Developer มากกว่าอีกหลาย ๆ คอร์สเสียอีก

จุดเด่นของมันคือ:

  • อธิบายอย่างชัดเจนโดยไม่ทำให้เรื่องง่ายเกินจริง
  • ยกตัวอย่างใช้งานจริง ไม่ใช่แค่ทฤษฎี
  • พูดตรง ๆ เรื่องความไม่สม่ำเสมอของ Browser
  • บทความที่เขียนโดยคนที่สร้างตัวงานจริง ๆ ไม่ใช่แค่พูดถึงทฤษฎี

แม้แต่ Developer ระดับ Senior ก็ยังต้องกลับมาอ่าน CSS-Tricks เพราะ Frontend เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และ Web นี้ก็เติบโตไปพร้อม ๆ กัน ถ้าคุณเคยคิดว่า “ฉันเขียน CSS ได้… แต่ยังไม่เข้าใจมันจริง ๆ” ขอแนะนำให้เริ่มจากที่นี่

4. DevDocs — รวม Docs ทุกอย่างไว้ในหน้าจอเดียว

Documentation คือสิ่งจำเป็น แต่การที่ต้องสลับไปมาระหว่างหลาย Web นั้นเหนื่อยมาก

DevDocs แก้ปัญหานี้ด้วยการรวบรวม Documentations ของหลายภาษาและหลาย Framework ไว้ใน Interface ที่เร็วมาก

ทำไมมันช่วยเพิ่ม Productivity:

  • สามารถค้นหาข้ามหลายเทคโนโลยีในที่เดียว
  • รองรับการใช้งานแบบ Offline เหมาะกับการใช้ตอนเดินทางหรือเน็ตช้า
  • ใช้งานกับคีย์บอร์ดได้ดี ไม่มีสิ่งรบกวน
  • เร็วกว่าการเปิด Tab 5 อันได้พร้อม ๆ กัน

เวลาคุณสลับไปมาระหว่าง JavaScript, CSS, React และ Browser APIs ซึ่ง DevDocs จะให้ความรู้สึกเหมือนโกงเกม แต่ในทางที่ดี

5. Coolors — ตัวช่วยดีไซน์สำหรับ Developer ที่ไม่ใช่ Designer

ไม่ใช่ Developer ทุกคนจะเป็น Designer ได้ แต่ในความเป็นจริง Developer ทุกคนต้องทำงานกับ UI อยู่ดี

Coolors จะช่วยคุณในการสร้างชุดสี (Color Palette) ที่สวยและสมดุลภายในไม่กี่วินาที โดยไม่ต้องมีความรู้ด้าน Design เชิงลึกก็สามารถสร้างงานสวย ๆ ได้

ทำไมมันเหมาะกับ Developer:

  • สร้าง Palette ได้ด้วยคลิกเดียว
  • Lock สีที่ชอบไว้ แล้วสุ่มสีอื่นใหม่
  • Export เป็น CSS Variables ได้ทันที
  • ดู Contrast และความกลมกลืนของสีได้ในทันที

แทนที่จะสุ่มเลือกสีหรือคัดลอก Hex Code ไปเรื่อย ๆ คุณสามารถเริ่มออกแบบได้อย่างมีเป้าหมาย

UI ที่ดีไม่ได้เกิดจากพรสวรรค์ แต่มาจากเครื่องมือที่ดี และ Coolors ก็คือหนึ่งในนั้น

6. HTTP Status Dogs — Debugging แบบจำได้ไม่ลืม

HTTP Status Codes เป็นหนึ่งในพื้นฐานสำคัญ แต่ก็เป็นสิ่งที่หลายคนเผลอลืมได้ง่ายเหมือนกัน

HTTP Status Dogs ProtocolHTTP Status Dogs จะช่วยเปลี่ยนตัวเลข Protocol ที่แห้งแล้งเหล่านั้น ให้กลายเป็นสิ่งที่น่าจดจำได้แบบไม่คาดคิด: รูปสุนัข

แต่ละ HTTP Status Code จะจับคู่กับรูปสุนัขที่สื่ออารมณ์ของมันได้อย่างลงตัว

ทำไมมันถึงทำงานได้ดี:

  • ทำให้จำ Status Code ได้แม่นขึ้น
  • เหมาะสำหรับสอน Junior หรือ Onboarding
  • เติมอารมณ์ขันในช่วง Debug
  • ทำให้จำและเข้าใจความหมายของ Status Code ได้แม่นยำขึ้น

ต่อไป คุณจะไม่ลืมอีกเลยอีกว่า 404 หรือ 500 หมายถึงอะไร และเชื่อเถอะว่า มันสำคัญกว่าที่คุณคิดไว้

7. Regex101 — เพราะ Regex ไม่ควรเหมือนศาสตร์มืด

โดยทั่วไป Regex มีภาพลักษณ์ที่ชัดเจนคือ มันทรงพลัง แต่ก็มีความน่ากลัวและอ่านแล้วเข้าใจยาก

แต่ Regex101 ก็ได้เข้ามาเปลี่ยนสิ่งนั้น โดยมันจะช่วยคุณเขียน Regular Expression และทำให้เห็นได้ชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้น แบบทีละขั้นทีละตัวอักษร

ทำไม Developer ถึงได้ติดใจ:

  • ทดสอบ Regex ได้แบบ Real-Time
  • อธิบายแต่ละ Token อย่างชัดเจน
  • รองรับ Regex Engine ของหลายภาษา
  • บันทึก Expression ไว้อ้างอิงในภายหลังได้

ต่อไป Regex ก็จะเป็นสิ่งที่ไม่ต้องคาดเดา และเมื่อคุณเห็นภาพการทำงานชัด ๆ มันก็เป็นแค่เครื่องมืออีกชิ้นหนึ่งเท่านั้น

สรุป

และนี่ก็เป็น 7 Websites คู่ใจ Web Developer ที่ช่วยลดเวลาและความปวดหัวในการทำงาน การที่ Developer ทำงานได้ลื่นไหล ไม่ใช่เพราะรู้ทุกอย่าง แต่เพราะรู้ว่าควรใช้เครื่องมืออะไรเมื่อเจอปัญหา ซึ่ง Website ทั้ง 7 นี้อาจไม่ได้ทำให้คุณเขียน Code เร็วขึ้นในทันที แต่จะช่วยลดเวลา ลดความปวดหัว และทำให้การพัฒนา Web เป็นกระบวนการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในระยะยาว

ที่มา: https://medium.com/

 

 

รับตำแหน่งงานไอทีใหม่ๆ ด้วยบริการ IT Job Alert

 

อัพเดทบทความจากคนวงในสายไอทีทาง LINE ก่อนใคร
อย่าลืมแอดไลน์ @techstarth เป็นเพื่อนนะคะ

เพิ่มเพื่อน

 

บทความล่าสุด