10 เทคนิค JavaScript ขั้นสูงที่ Senior Developer ใช้ในการทำงานจริง

18-ก.พ.-26

คัมภีร์เทพ IT

Developer หลายคนเรียนรู้ Syntax ของ JavaScript ได้ภายในไม่กี่สัปดาห์และสร้าง Project ได้ในไม่กี่เดือน แต่เมื่อทำงานจริง จะพบว่าความแตกต่างระหว่าง Junior กับ Senior Dev อยู่ที่วิธีคิด การตัดสินใจ และการออกแบบ Code ให้ยั่งยืน นี่คือ 10 เทคนิค JavaScript ขั้นสูงที่ Senior Developer ใช้ในการทำงานจริง

1. Senior ไม่ได้แต่ “เขียน Code” แต่ “ออกแบบ Code”

Junior Developer มักจะเริ่มด้วยการเขียน Code ทันที แต่ Senior Developer จะหยุดคิดก่อน แล้วเริ่มตั้งคำถามว่า:

  • Code นี้จะเติบโตอย่างไรในอนาคต?
  • อีก 6 เดือนข้างหน้า ใครจะเป็นคนดูแลพวกมัน?
  • มีจุดไหนบ้าง ที่มีโอกาสพังได้?

ตัวอย่าง (Pattern ที่ Junior มักใช้กัน)

ส่วนนี่คือ Pattern ของระดับ Senior (Strategy Map)

ข้อดี:

  • สามารถ “ขยายความสามารถ” หรือ “เพิ่มความซับซ้อน” ได้ง่าย
  • Logic มีความ Clean มากขึ้น
  • Bug น้อยลง

ข้อเสีย:

  • ต้องใช้เวลาวางแผนเพิ่มเล็กน้อย

Tip: ถ้า Function ของคุณเต็มไปด้วย if/else จำนวนมาก แปลว่า คุณเริ่มช้าไปแล้ว

2. เข้าใจ Closures อย่างแท้จริง (และไม่ใช้อย่างพร่ำเพรื่อ)

อันที่จริง Closures ดูจะไม่ได้เป็นอะไร Advance มากนัก แต่ปัญหาอยู่ที่การใช้งานมันแบบผิด ๆ ต่างหาก

Senior Dev จะใช้ Closures เพื่อ “ควบคุมและปกป้อง State” ของ Program ไม่ใช่เพื่อโชว์ความเจ๋งของตัวเอง

จุดที่ Junior มักทำพลาด:

  • Memory leak
  • ความเป็น Ownership ไม่ชัดเจน

จุดที่ Senior สามารถทำได้ดีกว่า:

  • ควบคุมการ Access ข้อมูลได้
  • ทำ Encapsulation ได้อย่างเป็นระบบ

Tip: กฎง่าย ๆ: ถ้า Closure ทำให้ Code อ่านยากขึ้น ก็จงอย่าใช้มัน

3. Async/Await ไม่ยาก - แต่ Error Handling ไม่ง่าย

Junior Dev ส่วนใหญ่มักจะเขียน Code แบบนี้:

แต่ Senior Dev จะเขียนแบบนี้:

วิธีคิดแบบ Senior:

  • การเกิด Error ถือเป็นเรื่องปกติ
  • ความผิดพลาดต้องถูกจัดการอย่างเหมาะสม

ข้อดี:

  • Apps มีความเสถียรขึ้น
  • Debug ได้ง่ายกว่า

ข้อเสีย:

  • เขียน Code เพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย

Tip: ถ้า App ของคุณพังโดยไม่มีการแจ้งเตือนใด ๆ User จะหมดความเชื่อมั่นในทันที

4. Senior ไม่ไว้ใจ this

Junior Dev มักจะสู้กับ this แต่ Senior Dev จะหาทางเลี่ยงมัน

ทางเลือกของ Senior:

  • ใช้ Pure Functions
  • ส่งค่าผ่าน Parameters อย่างชัดเจน

Tip: ยิ่ง Code ซับซ้อนน้อยลง ก็จะเกิด Bug น้อยลงตามไปด้วย

5. Immutable Data คือพลังพิเศษ

Junior Dev มักจะแก้ไขข้อมูลแบบตรง ๆ (Mutate) แต่ Senior Dev จะควบคุมและปกป้อง State

ทำไม Senior ถึงให้ความสำคัญ:

  • สามารถคาดเดาพฤติกรรมของ Code ได้
  • Debug ได้ง่ายกว่า
  • รองรับ Concurrency ได้ปลอดภัยกว่า

กฎ: ถ้าข้อมูลถูกใช้งานระหว่างหลายส่วนของระบบ ก็ไม่ควรแก้ไขค่าของมันตรง ๆ

6. Performance ต้องวัด ไม่ใช่เดา

สิ่งที่ Junior Dev คิด: “มันน่าจะเร็วพอแล้ว”

สิ่งที่ Senior Dev คิด: “ต้องวัดมันก่อน”

เครื่องมือที่ Senior ใช้:

  • Performance API
  • Profilers
  • Benchmarks

7. Senior จะเน้นเขียน Code เพื่อ “คน” ก่อน

เครื่องคอมของคุณอาจจะไม่ได้สนใจ แต่คนกลับให้ความสนใจ

Tip: Code ที่มี Readability สำคัญกว่า Code ที่ดู Cleverness

8. Dead Code แย่กว่าการมี Bad Code

Senior Dev มักจะกล้าลบ Code โดยไม่ลังเล

ผลลัพธ์ที่ได้:

  • ขนาดของ Bundle เล็กลง ทำให้ Load ได้เร็วขึ้น
  • ลดความสับสนทั้งในระบบและในทีม

9. แยก Configuration ออกจาก Logic

Senior Logic ConfigSenior จะแยก Logic ออกจากการ Config เสมอ

10. Senior เรียนรู้ JavaScript ตลอดชีวิต

Senior Dev จะไม่ไล่ตาม Frameworks แบบไม่ลืมหูลืมตา แต่จะเชี่ยวชาญใน:

  • Language
  • Runtime
  • Browser

Tip: เพราะ Framework สามารถเปลี่ยนได้ แต่พื้นฐานไม่เปลี่ยน

บทสรุปเกี่ยวกับ Mindset ของ Senior JavaScript Developer

Search Engine ให้คะแนน Content ที่มี ประสบการณ์, ความเข้าใจในเชิงลึก และความชัดเจน ซึ่งนี่แหละคือวิธีคิดของ Senior JavaScript Developer ในการทำงานใน Project จริง

การเป็น Senior Dev ไม่ได้วัดกันที่จำนวนปีของการทำงาน แต่วัดที่ “วินัยทางความคิด”

จงคิดก่อนเขียน Code จงเขียนเพื่อมนุษย์ และจงวัดทุกอย่าง

Insight ระดับ Senior Dev (ที่มักไม่ค่อยมีใครไม่พูดถึง)

ความเชื่อผิด ๆ ของ Junior Dev (แต่ไม่ใช่สำหรับ Senior Dev)

  • Code เยอะ = ควบคุมได้มาก” → Senior เลือกที่จะเขียน Code เท่าที่จำเป็นแต่อ่านแล้วเข้าใจง่าย
  • “ต้อง Optimize ก่อน” → Senior จะ Optimize หลังจากการวัดผล
  • “มีความรู้ใน Framework = เก่งแล้ว” → Senior จะเชี่ยวชาญและให้ความสำคัญกับแกนหลักของ JavaScript ก่อน

Senior Developer Checklist:

ก่อน Senior จะทำการ Push Code พวกเขามักจะตรวจสอบในเบื้องต้นก่อน ว่า:

  • อีก 6 เดือนข้างหน้า Code นี้จะยังอ่านแล้วเข้าใจไหม?
  • Logic นี้นำกลับมาใช้ซ้ำได้หรือไม่?
  • Error Handling ชัดเจนหรือยัง?
  • มัน Scale ได้โดยไม่ต้อง Rewrite ไหม?
  • เรากำลังแก้ “ปัญหาที่แท้จริง” อยู่ไหม?

ถ้าคำตอบคือ “ไม่” แสดงว่า Code นั้นยังไม่พร้อมใช้งานจริง

Performance Tips Senior Dev :

  • ใช้ requestAnimationFrame สำหรับงาน UI ที่อัปเดตหนัก ๆ
  • หลีกเลี่ยง Re-render ที่ไม่จำเป็น
  • ทำ Debounce กับ Operation ที่แพง
  • ทำ Lazy-Load กับ Code ที่ไม่สำคัญ

คำแนะนำเกี่ยวกับการเติบโตที่หลายคนมองข้าม

คุณไม่ได้กลายเป็น Senior Dev เพราะอ่านบทความเยอะขึ้น แต่คุณจะกลายเป็น Senior Dev ได้ด้วย:

  • การ Review Code ของคนอื่น
  • การเขียนรายงานวิเคราะห์ หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ผิดพลาดในระบบ
  • การ Refactor ใน Project เก่า ๆ

ประสบการณ์และความสามารถไม่ได้โตขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่มันจะสั่งสมทีละน้อยแบบเงียบ ๆ แล้ววันหนึ่งมันจะช่วยให้คุณเติบโตขึ้นเอง

สรุป

และนี่ก็เป็น 10 เทคนิค JavaScript ขั้นสูงที่ Senior Developer ใช้ในการทำงานจริง เพราะการเป็น Senior ไม่ได้วัดกันที่จำนวนปีของการทำงาน แต่วัดกันที่วินัยและกระบวนการคิดในการทำงาน ถ้าคุณเริ่มคิดก่อนเขียน วัดผลก่อนปรับปรุง และเขียน Code เพื่อมนุษย์มากกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ คุณกำลังเดินมาถูกทางแล้ว สุดท้ายนี้ จงพัฒนาวิธีคิดของคุณ แล้วความสามารถการเขียน Code จะตามมาเอง

ที่มา: https://mohammadtabishanwar9.medium.com/

 

 

รับตำแหน่งงานไอทีใหม่ๆ ด้วยบริการ IT Job Alert

 

อัพเดทบทความจากคนวงในสายไอทีทาง LINE ก่อนใคร
อย่าลืมแอดไลน์ @techstarth เป็นเพื่อนนะคะ

เพิ่มเพื่อน

 

บทความล่าสุด