30 คำสั่งลัดบน Terminal ที่ช่วยให้ทำงานบน Linux ได้อย่างมืออาชีพ

22-ส.ค.-25

คัมภีร์เทพ IT

การจะเชี่ยวชาญใน Linux คุณไม่จำเป็นต้องท่องจำคำสั่งได้ทั้งหมด ไม่ว่าคุณจะเป็น Developer, DevOps Engineer หรือ Sysadmin สิ่งสำคัญคือการทำงานอย่างชาญฉลาด บทความนี้จึงได้รวบรวม 30 คำสั่งลัดบน Terminal ที่ช่วยให้ทำงานบน Linux ได้อย่างมืออาชีพ ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลา ลดความผิดพลาด และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทำไมต้องเรียนรู้คำสั่งลัดของ Linux:

  • เพิ่มความเร็วในการทำงาน: ลดการพิมพ์คำสั่งซ้ำ ๆ
  • ลดข้อผิดพลาด: พิมพ์ผิดน้อยลง = ปวดหัวน้อยลง
  • ทำงานกับเพื่อนร่วมงานได้ราบรื่น: Run คำสั่งที่ซับซ้อนได้อย่างง่ายดาย
  • ใช้งาน Terminal ได้คล่องขึ้น: จำเป็นสำหรับงาน Cloud, DevOps และ Scripting

Tip: บันทึกคู่มือนี้ไว้ใน Bookmark และเพิ่มคำสั่งที่คุณต้องการลงใน ~/.bashrc หรือ ~/.zshrc เพื่อสามารถเข้าใช้งานได้เสมอ

Navigation & Command Line Mastery

1. cd -

ย้อนกลับไปยัง Directory ก่อนหน้า

2. cd !$

เปลี่ยนไปยัง Argument สุดท้ายของคำสั่งก่อนหน้า

3. !!

เรียกใช้คำสั่งล่าสุดอีกครั้ง

4. !command

เรียกใช้คำสั่งเดิมที่เคยใช้ไปแล้วก่อนหน้า โดยระบุชื่อคำสั่ง

5. Ctrl + R

คำสั่งนี้เป็นการค้นหาคำสั่งย้อนหลังแบบย้อนกลับ เพียงพิมพ์คำบางส่วนเพื่อค้นหาคำสั่งที่เคยใช้ไปแล้ว

6. Ctrl + A / Ctrl + E

กระโดดไปยังจุดเริ่มต้น/จุดสิ้นสุดของบรรทัด

7. Ctrl + U / Ctrl + K

ลบข้อความจากตำแหน่ง Cursor ไปถึงจุดเริ่มต้น/จุดสิ้นสุดของบรรทัด

8. Alt + .

แทรก Argument สุดท้ายจากคำสั่งก่อนหน้า

9. pushd & popd

ไปยัง Path ใหม่และบันทึกไว้ใน Stack/ย้อนกลับไปยัง Path ก่อนหน้า

10. Ctrl + W

ลบคำก่อนหน้าตำแหน่ง Cursor (เร็วกว่าการใช้ Backspace ไปทีละตัว)

System Monitoring & Debugging

11. df -h

ใช้ตรวจสอบ Disk Space โดยสามารถแสดงผลที่ทำให้อ่านง่าย (ไม่ต้องแปลงหน่วยเอง)

12. du -sh *

ใช้ดูขนาดของแต่ละ Folder เพื่อเช็คว่า Folder ไหนกินพื้นที่อยู่บ้าง

13. htop

เครื่องมือดู Process ที่ดีกว่า top ที่ทั้งมีสีสันและโต้ตอบได้ (ติดตั้งด้วย apt install htop)

14. lsof -i :3000

ใช้ค้นหา Port Users ตรวจสอบว่า Process ใดกำลังใช้งาน Port 3000

15. kill -9 $(lsof -t -i:3000)

ปิด Process ที่กำลังใช้ Port 3000 ในทันที

16. watch -n 1 free -h

แสดงสถานะการใช้ RAM แบบ Realtime ทุก ๆ 1 วินาที

17. journalctl -fu nginx

ติดตาม Log ของ Service nginx (หรือ Service อื่นก็ได้) แบบ Realtime

Networking Shortcuts

18. curl -I example.com

ตรวจสอบ HTTP Headers เช่น การ Redirect, Caching, Server Type

19. ss -tuln

เครื่องมือที่สามารถใช้งานทดแทน netstat ได้ โดยแสดง Port ทั้งหมดที่ระบบกำลังฟัง (Listening Ports) โดย

  • t = TCP
  • u = UDP
  • l = listening
  • n = ไม่แสดงชื่อ Host/Port (ใช้ตัวเลข)

20. rsync -avhP src/ dest/

ถ่ายโอน Files ได้อย่างรวดเร็ว

  • a = archive mode
  • v = verbose
  • h = แสดงขนาดแบบ human-readable
  • P = แสดง Progress และ Resume ได้หากถูกขัดจังหวะ

21. scp -r ~/projects user@server:/backup

คัดลอก Folder ผ่าน SSH ได้อย่างปลอดภัย

22. nmap -sP 192.168.1.0/24

Scan Local Network เพื่อตรวจสอบว่าอุปกรณ์ใดบ้างที่เชื่อมต่ออยู่

Process & Job Control

23. command & disown

Run คำสั่งแบบ Background แล้วตัดออกจาก Shell Session (แม้จะปิด Terminal ก็ยังทำงานต่อ)

24. nohup command &

อีกวิธีในการ Run Background Command โดย Output จะถูกบันทึกไว้ใน nohup.out

25. Ctrl + Z bg

  • Ctrl + Z: หยุด (Pause) Process ชั่วคราว
  • bg: ส่ง Process ที่หยุดไว้ไปทำงานต่อใน Background

26. crontab -e

ตั้งเวลา Run คำสั่งอัตโนมัติ ตัวอย่าง: Run ทุกวันตอนตี 2

File & Package Management

27. find . -name "*.log"

ใช้สำหรับค้นหา File จากตัวอย่างนี้คือ ค้นหาไฟล์ .log ทั้งหมดใน Path ปัจจุบันและย่อยลงไป

28. grep -rnw . -e "error"

ค้นหาข้อความภายใน File จากตัวอย่างนี้ เป็นการค้นหาคำว่า “error” ในทุก Files และทุก Directory ย่อย

  • r = recursive
  • n = แสดงหมายเลขบรรทัด
  • w = คำต้องตรงกันหมด (Whole Word)

29. tar -czvf backup.tar.gz /data

สร้าง Archive File แบบบีบอัดจาก Folder /data

  • c = create
  • z = gzip
  • v = verbose
  • f = ระบุชื่อไฟล์

30. alias ll='ls -lah'

สร้างคำสั่งลัด (Alias) เพื่อใช้ ls แบบอ่านง่าย พร้อมแสดงไฟล์ซ่อนและขนาดที่เข้าใจได้

เพิ่มลง .bashrc หรือ .zshrc เพื่อให้ใช้งานได้ทุกครั้งที่เปิด Shell

Tips สำหรับผู้ใช้งานระดับมือโปร

  • ใช้ Pipe (|) เพื่อเชื่อมคำสั่ง เช่น:

  • ใช้ man เช่น man grep เพื่อศึกษา Option ต่าง ๆ อย่างละเอียด
  • จัดเก็บไฟล์ ~/.bashrc หรือ .zshrc บน Git เพื่อ sync aliases และ config ระหว่างหลายเครื่อง

สรุป

และทั้งหมดนี้ก็คือ 30 คำสั่งลัดบน Terminal ที่ช่วยให้ทำงานบน Linux ได้อย่างมืออาชีพ ซึ่งจะช่วยให้ทำคุณทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดเวลาทำงานไปได้พอสมควร ลองเริ่มต้นจาก 5 คำสั่งที่คุณใช้งานบ่อย แล้วค่อยเพิ่มไปเรื่อย ๆ ตามสไตล์ของคุณเอง

ที่มา: https://blog.devops.dev/

 

 

รับตำแหน่งงานไอทีใหม่ๆ ด้วยบริการ IT Job Alert

 

อัพเดทบทความจากคนวงในสายไอทีทาง LINE ก่อนใคร
อย่าลืมแอดไลน์ @techstarth เป็นเพื่อนนะคะ

เพิ่มเพื่อน

 

บทความล่าสุด