10 เทคนิค Browser DevTools ที่ Frontend Developer ควรรู้ไว้

09-ม.ค.-26

คัมภีร์เทพ IT

การเป็น Frontend Developer ไม่ใช่แค่เขียน Website ให้ใช้งานได้ แต่ต้องทั้งสวยและใช้งานแล้วลื่นไหล โดย Browser อย่าง Chrome หรือ Firefox คือเครื่องมือหลักที่ช่วยให้ Code ทำงานได้จริง หากรู้จักใช้งาน Developer Tools ให้คล่อง จะช่วยพัฒนา Web ได้เร็วขึ้น แก้ Bugs ได้ง่ายขึ้น และปรับปรุงประสบการณ์ Users ดีขึ้น บทความนี้จะพาไปรู้จัก 10 เทคนิค Browser DevTools ที่ Frontend Developer ควรรู้ไว้

1. บังคับให้ Reload หน้า Web โดยไม่ใช้ Cache

บางครั้งเมื่อคุณอัปเดตไฟล์ CSS หรือ JavaScript แล้ว Browser ยังคงแสดงเป็น Version เก่าอยู่ เพราะมันดึงไฟล์ที่ถูกเก็บไว้ใน Cache มาใช้งาน

วิธีแก้ก็คือ ใช้การ Hard Reload เพื่อบอก Browser ให้ไม่ใช้ Cache และ Load ไฟล์ใหม่ทั้งหมด:

  • เปิด DevTools (กด F12 หรือคลิกขวาแล้วเลือก Inspect)
  • คลิกขวาหรือกดปุ่ม Reload บน Browser ค้างไว้
  • เลือก “Empty Cache and Hard Reload”

วิธีนี้จะบังคับให้ Browser ลบไฟล์ที่เคยเก็บไว้สำหรับหน้านั้น และ Load ทุกอย่างใหม่อีกครั้ง ซึ่งมันจะช่วยประหยัดเวลามากกว่าการล้าง Cache เอง หรือการต้องมานั่งเดาว่า ทำไม Code ที่แก้ไปแล้วถึงไม่แสดงผล

2. แก้ไข Style แบบ Real-Time ใน DevTools

แทนที่จะต้องแก้ไฟล์ CSS, กดบันทึก และ Refresh หน้า Web ซ้ำๆ คุณสามารถแก้ไข Style ได้โดยตรงใน Styles Panel ของ DevTools

ตัวอย่างเช่น:

เมื่อคุณปรับค่าเหล่านี้ภายใน DevTools หน้า Web จะทำการอัปเดตในทันที ทำให้เห็นผลลัพธ์ได้แบบ Real Time

เมื่อพอใจกับผลลัพธ์แล้ว ค่อยคัดลอก Style ใหม่กลับไปใส่ใน Source Files ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้การออกแบบรวดเร็วมากขึ้น และช่วยให้ทดลอง Layout ต่างๆ ได้ง่ายกว่าเดิม

3. จำลอง Mobile Devices แบบมือโปร

Website ยุคใหม่ต้องแสดงผลได้ดีทั้งบนโทรศัพท์มือถือและ Tablets

DevTools เองมี Device Toolbar สำหรับจำลองขนาด Screen และอุปกรณ์ต่างๆ เช่น iPhone หรือ Galaxy:

  • เปิด DevTools แล้วคลิกที่ไอคอน Device Toggle Toolbar
  • เลือก Device ที่ต้องการ หรือกำหนดขนาด Screen เอง
  • จำลองการ Touch, Rotate หน้าจอ หรือจำกัดความเร็วของ Network

สิ่งนี้จะช่วยให้คุณทดสอบมุมมองบนโทรศัพท์มือถือได้โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์จริง และช่วยเจอปัญหาเกี่ยวกับ Layout หรือ Interaction ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ

4. ตรวจสอบปัญหา Bottleneck ด้านประสิทธิภาพการ Scroll

หากการ Scroll หน้า Web แล้วรู้สึกช้าหรือกระตุก ขอแนะนำให้ใช้ Performance Tab ใน DevTools:

  • เริ่มบันทึก, Scroll หน้า Web จากนั้นก็หยุดบันทึก แล้วดูผลลัพธ์
  • มองหา Task ที่ใช้เวลานาน หรือการคำนวณ Style ที่เกิดขึ้นถี่ผิดปกติ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการหน่วง

ตัวอย่างเช่น การทำงานหนักเกินไปใน Scroll Event หรือ CSS ที่ไม่มีประสิทธิภาพ อาจทำให้การ Scroll หน้า Web ไม่ลื่นไหล การระบุปัญหาเหล่านี้ได้จะช่วยให้คุณสามารถปรับปรุงประสบการณ์ Users ได้ดียิ่งขึ้น

5. คัดลอก Request เป็น Fetch/XHR เพื่อจำลอง Requests

เมื่อคุณต้อง Debug AJAX หรือ API Call แทนที่จะเดารายละเอียดของ Request เอง:

  • เปิด Network Tab ใน DevTools
  • คลิกขวาที่ Request ที่ต้องการ แล้วเลือก “Copy as fetch”
  • นำ Code ที่ได้ไปวางใน Console หรือเครื่องมืออย่าง Postman

วิธีนี้จะได้ JavaScript Fetch Code ที่เหมือนกับ Request จริงทุกประการ รวมทั้ง Headers, Method และ Body ซึ่งจะช่วยให้การทดสอบและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ Requests ทำได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น

6. ใช้ $0 เพื่อตรวจสอบ Element ที่เลือกใน Console

DevTools จะอนุญาตให้คุณเลือก Element ที่ต้องการใน Elements Tab แล้วเรียกใช้งาน Element นั้นเป็น $0 ใน Console ได้ทันที ซึ่งทางลัดนี้จะช่วยให้คุณสามารถโต้ตอบกับ Element ที่เลือกไว้ ได้โดยตรง เช่น:

มันเหมาะมากสำหรับการ debug แบบรวดเร็วในงาน Frontend

สิ่งนี้มีประโยชน์มากสำหรับการ Debug Element Styles หรือ Event Listeners ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องเขียนคำสั่ง Query Element ใหม่ซ้ำๆ

7. ปิดการใช้งาน JavaScript เพื่อทดสอบ Progressive Enhancement

คุณสามารถปิดการใช้งาน JavaScript ชั่วคราวได้ผ่าน DevTools Command Menu (กด Ctrl + Shift + P แล้วพิมพ์ “Disable JavaScript”) เพื่อ:

  • ดูว่า Website ทำงานอย่างไรเมื่อไม่มี JavaScript
  • จำลองมุมมองของ Search Engines หรือ Users บนอุปกรณ์ที่มีสเปกต่ำ ว่าหน้า Web มีลักษณะอย่างไร
  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่า HTML มีโครงสร้างเชิงความหมาย (Semantic) และสามารถใช้งานได้ด้วยตัวมันเอง

แนวทางนี้จะช่วยให้มั่นใจได้ว่า Website ยังคงเข้าถึงได้ (accessible) และใช้งานได้ดี แม้ในกรณีที่ JavaScript ไม่ทำงานหรือถูกปิดใช้งาน

8. บันทึกการเปลี่ยนแปลง CSS ด้วย Changes Tab

หลังจากที่คุณแก้ไข CSS แบบ Real Time ใน DevTools แล้ว Changes Tab จะแสดง Diff (ความแตกต่าง) ของ CSS ทั้งหมดที่ถูกแก้ไขใน Session นั้น คุณสามารถคัดลอกการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดไปวางใน Code Editor ได้ในครั้งเดียว

ซึ่งจะช่วยให้ลดความเสี่ยงในเรื่องการลืมแก้ไขในบางจุด และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับงาน QA แบบ Real Time หรือการแก้ Bugs แบบเร่งด่วน

9. ใช้ Breakpoints ใน Sources Tab แทน Console Logs

แทนที่จะใส่ console.log() กระจายไปทั่ว Code เพื่อ Debug แนะนำให้ลองใช้ Breakpoints:

  • ใน Sources Tab แล้ว คลิกที่เลขบรรทัดเพื่อตั้ง Breakpoint
  • Debugger จะหยุดการทำงานของ Code ที่จุดนั้น
  • ตรวจสอบ Variables, Call Stack และไล่ดู Code ไปทีละบรรทัดได้

วิธีนี้จะช่วยให้สามารถ Debug ได้อย่างแม่นยำและเป็นระบบ โดยไม่ทำให้ Code หรือ Console รก

10. จำกัดความเร็วอินเทอร์เน็ตเพื่อจำลองผู้ใช้จริง

ใน Network Tab ของ DevTools คุณสามารถใช้ Feature อย่าง Throttling เช่น Slow 3G เพื่อจำลองการเชื่อมต่อของ Users ที่ช้าลง:

  • เลือกความเร็วของเครือข่ายที่ต้องการ
  • ใช้ App ของคุณเพื่อดูความล่าช้าในการ Load และการโต้ตอบ

วิธีนี้จะช่วยให้คุณเห็นปัญหาด้าน Performance ที่ Users จริงอาจพบในสภาพแวดล้อมจริง และสามารถนำไปปรับปรุงให้เหมาะสมได้

สรุป

และนี่ก็เป็น 10 เทคนิค Browser DevTools ที่ Frontend Developer ควรรู้ไว้ เพราะ DevTools ไม่ได้มีแค่การ Inspect Element และ Console ได้เท่านั้น แต่ยังอัดแน่นไปด้วย Features ที่ช่วยให้คุณสร้าง Web ที่ดีกว่า เร็วกว่า และเชื่อถือได้มากขึ้น หวังว่าคุณจะได้เจออย่างน้อยหนึ่งเทคนิคใหม่จากบทความนี้ แล้วสามารถนำไปใช้ในการ Debug ครั้งถัดๆ ไป เพื่อที่คุณจะได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและเหนื่อยน้อยลง

ที่มา: https://medium.com/

 

 

รับตำแหน่งงานไอทีใหม่ๆ ด้วยบริการ IT Job Alert

 

อัพเดทบทความจากคนวงในสายไอทีทาง LINE ก่อนใคร
อย่าลืมแอดไลน์ @techstarth เป็นเพื่อนนะคะ

เพิ่มเพื่อน

 

บทความล่าสุด