The Debugging Checklist Every Developer Should Master
28-Nov-25
คัมภีร์เทพ IT
See the original english version Click here!
การ Debug เป็นหนึ่งในทักษะที่จำเป็นสำหรับ Developer แต่หลายคนกลับทำแบบคาดเดา จนทำให้เสียเวลาโดยไม่จำเป็น บทความนี้จึงขอเสนอ 12 Checklist การ Debug แบบมืออาชีพที่ Developer ทุกคนควรรู้ไว้ ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้กับหลายภาษาและหลาย Frameworks รวมทั้งช่วยให้คุณแก้ Bugs ด้วยกระบวนการที่เป็นระบบ ไม่ใช่แค่คาดเดาอีกต่อไป
1. ทำให้ Bug เกิดขึ้นได้ซ้ำ ๆ
ก่อนจะแก้ Bug คุณต้องทำให้ Bug เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ให้ได้เสียก่อน
- คุณสามารถอธิบายขั้นตอนโดยละเอียดได้ไหม?
- มันเกิดขึ้นเฉพาะใน Chrome? หลังจากการ Refresh? หรือ เฉพาะข้อมูลเพียงบางชุด?
Tip: ถ้าคุณทำให้ Bug เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ไม่ได้ ก็แก้แบบแม่นยำ ไม่ได้เช่นกัน
2. อ่าน Error Message ให้ละเอียด
บ่อยครั้ง ปัญหามักจะถูกเขียนอยู่ใน Error Message แบบชัดเจนอยู่แล้ว แค่เราต้องอ่านมันให้ละเอียดเท่านั้นเอง
ความหมายของ Code: คุณกำลังเรียก .map บนสิ่งที่ไม่ใช่ Array
Tip: ลอง Copy Error ไปหาคน Google, Stack Overflow, GitHub Issues จะพบว่าคุณไม่ได้เป็นคนแรกที่เจอ
3. แยกปัญหาออกมา
อย่า Debug ทั้ง App ในคราวเดียว ให้ค่อย ๆ บีบ Scope ของปัญหาให้แคบลง
- Comment Code ไปทีละส่วน จน Bug หายไป
- เพิ่ม console.log หรือ breakpoint เพื่อตรวจดูค่าจริง
- ทำ Minimal Reproduction (Code Snippet ที่เล็กลง)
Tip: ยิ่ง Scope เล็กเท่าไร ยิ่งแก้ไขได้ไวขึ้น
4. ตรวจสอบตัวสร้างปัญหายอดฮิต
Bugs ส่วนใหญ่ มักเกิดจากสาเหตุเดิม ๆ:
- พิมพ์ผิด (usernmae vs username)
- Type ไม่ตรง (string vs number)
- Null/undefined (ใช้ obj?.prop จะช่วยลดปัญหาได้)
- Async Timing (ข้อมูลยัง Load ไม่เสร็จ)
- ความแตกต่างของ Environment (Local vs Production)
Tip: ถามตัวเองว่า “เรากำลังตั้งสมมติฐานอะไรที่อาจผิดพลาด?”
5. ใช้เครื่องมือให้ถูก
การ Debug แบบไม่ใช้เครื่องมือ = ซ่อมรถโดยที่ใส่ผ้าปิดตาไว้
ตัวช่วยสำคัญ:
- console.log (ยังคงเป็นราชา)
- Debugger Statements ใน Chrome/VSCode
- React DevTools สำหรับ Component Props/State
- Redux DevTools สำหรับ Action/State Flow
- Network Tab สำหรับ API Calls
- Postman/Insomnia สำหรับ Backend APIs
Tip: อย่าแค่ Print ค่าออกมา แต่ให้ใช้เครื่องมือที่ถูกออกแบบมาเพื่องานนั้นจริง ๆ
6. คิดแบบตั้งสมมติฐาน
การ Debug คือ วิทยาศาสตร์
- ตั้งสมมติฐาน (“บางที API อาจคืนค่า null กลับมา”)
- ทดสอบ (Log Response)
- ยืนยัน หรือ ปฏิเสธ
ทำซ้ำไปจนกว่าจะเจอ Bug
7. อธิบายปัญหาให้คนอื่นฟัง
อธิบายปัญหาออกมาดัง ๆ ไม่ว่าจะให้ เพื่อนร่วมทีม, ChatGPT, หรืออาจจะเป็ดยางที่วางอยู่บนโต๊ะ
โดยส่วนใหญ่ 90% คุณจะได้เห็นความผิดพลาดในระหว่างที่อธิบายปัญหา
8. ค้นให้ทั่วทั้ง Codebase
บางครั้ง Bug ก็ไม่ได้อยู่ใน File ที่คุณคิดไว้ ให้ใช้การค้นหาทั้ง Project ด้วย:
- VSCode: Ctrl + Shift + F
- CLI: grep -r "keyword" .
Tip: อย่าลืมตรวจสอบ Config Files, Env Variables ที่ซ่อนอยู่ หรือ Code เก่า ๆ ที่คุณอาจลืมมันไปแล้ว
9. ดู Git History
ถ้าก่อนหน้านี้ Code ทำงานเป็นปกติ แต่ตอนนี้กลับมี Bug ก็ให้ไปดู Diff ใน Commit ล่าสุด เพราะ Bugs ส่วนใหญ่มักจะมาจากตรงที่มีการเปลี่ยนแปลง
ให้ตรวจ Commit ล่าสุด เพราะบางทีอาจมีคนที่เปลี่ยน Dependency, เปลี่ยนชื่อ Prop หรือลบ Validation ออก
10. ขอความช่วยเหลือ (อย่างชาญฉลาด)
ถ้าติดขัดจริง ๆ:
- ให้เขียนสิ่งที่ได้ลองทำไปแล้ว
- แชร์ Minimal Reproduction
- ระบุ Expected Behavior เทียบกับ Actual Behavior
สิ่งนี้จะทำให้เพื่อนร่วมทีม (หรือ Stack Overflow) สามารถช่วยเหลือคุณได้สะดวกขึ้น
11. เขียน Test เพื่อจับ Bug
ก่อนที่จะแก้ไข ให้เขียน Test ที่สามารถจำลองการเกิด Bug
เมื่อคุณแก้ไขแล้ว ก็จะรู้เลยว่า Bug นี้ จะไม่กลับมาอีกแล้ว
12. ป้องกันไม่ให้ Bug กลับมาอีก
เป้าหมายสุดท้ายไม่ใช่เพื่อ “แก้ Bug” แต่คือ “ไม่ให้ Bug นั้นกลับมาอีก”
- เพิ่ม Tests
- เพิ่ม Lint Rules
- ปรับปรุง Logging/Monitoring
- เขียน Document สั้น ๆ ไว้เตือนใจ
สรุป
และนี่ก็เป็น 12 Checklist การ Debug แบบมืออาชีพที่ Developer ทุกคนควรรู้ไว้ เพราะการ Debug ที่มีประสิทธิภาพไม่ได้มาจากสัญชาตญาณ แต่มาจากกระบวนการที่เป็นระบบ ซึ่ง Checklist เหล่านี้จะช่วยให้คุณลดเวลาคาดเดา, เพิ่มความแม่นยำ และเข้าใจ Bugs ในแบบที่สามารถควบคุมได้มากขึ้น ยิ่งคุณฝึกอย่างเป็นขั้นตอน ก็จะยิ่งเก่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ที่มา: https://javascript.plainenglish.io/
รับตำแหน่งงานไอทีใหม่ๆ ด้วยบริการ IT Job Alert
อัพเดทบทความจากคนวงในสายไอทีทาง LINE ก่อนใคร
อย่าลืมแอดไลน์ @techstarth เป็นเพื่อนนะคะ
บทความล่าสุด







