12 CLI Tools ที่ช่วยยกระดับ Developer Workflow ให้เร็วและเป็นระบบมากขึ้น

06-ก.พ.-26

คัมภีร์เทพ IT

การทำงานผ่าน Command Line จะทรงพลังยิ่งขึ้นเมื่อมีเครื่องมือที่เหมาะสม บทความนี้ได้รวบรวม 12 CLI Tools ที่ช่วยยกระดับ Developer Workflow ให้เร็วและเป็นระบบมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดงานที่ต้องทำซ้ำๆ ตั้งแต่การอ่านไฟล์, ตรวจสอบ Code ไปจนถึงการจัดการ Git และทดสอบ API

1. Bat

Bat เป็นสิ่งที่จะเข้ามาแทน cat โดยเพิ่มความสามารถอย่าง Syntax Highlighting, Line Numbers และการเชื่อมต่อกับ Git สำหรับ Code Files มันทำให้การอ่าน Files ใน Terminal ดู Clean และอ่านเข้าใจได้ง่ายขึ้น

คุณจะได้ Syntax ที่แสดงสีตามประเภท Code, บรรทัดที่มีหมายเลข และแสดง Git Diff แบบ Highlight สีได้โดยตรงใน Terminal

กรณีที่ต้องการมุมมองแบบ Plain

style plain

จุดเด่นของเครื่องมือนี้:

Bat จะทำให้การ Debug Scripts ของ Python เหมือนกับการเปิดอ่านหนังสือภาพที่ถูกออกแบบมาอย่างสวยงาม

2. tldr

tldr จะให้คำอธิบายคำสั่งในรูปแบบสั้น, กระชับ และเน้นตัวอย่าง แทนที่จะต้องเปิดอ่าน man pages ที่ยาวและอัดแน่นไปด้วยรายละเอียด มันเหมาะมากสำหรับการทบทวนคำสั่ง หรือเรียนรู้เครื่องมือใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็ว

คุณจะเห็นตัวอย่างคำสั่ง tar ที่มักใช้กันบ่อยสำหรับการ Extract หรือ Compress ไฟล์ทันที โดยที่ไม่ต้องเลื่อนอ่าน Documentation ที่ยาวหลายหน้า

จุดเด่นของเครื่องมือนี้:

tldr จะให้ความรู้สึกเหมือนมี Mentor มาคอยช่วยบอกเฉพาะสิ่งจำเป็นที่คุณต้องใช้เพื่อให้งานของคุณสำเร็จลุล่วง

3. eza

eza คือเวอร์ชันอัปเกรดของ ls ที่เพิ่มสีสัน, ไอคอน และการเชื่อมต่อกับ Git มันทำให้การแสดงรายการไฟล์ดูชัดเจนและให้ข้อมูลที่ครบถ้วนมากขึ้นใน Terminal

source — eza doc

คุณจะเห็น Permission ของไฟล์, ขนาดไฟล์, วันที่แก้ไขล่าสุด และ Git Status ได้ครบในมุมมองเดียวที่ดูสะอาดตา

จุดเด่นของเครื่องมือนี้:

eza จะช่วยทำให้การเข้าไปในแต่ละ Directory รู้สึกเหมือนการเดินชมแกลเลอรีที่มีการจัดเรียงไว้เป็นอย่างดี

4. ruff

ruff เป็นเครื่องมือ Linter และ Formatter ของ Python ที่รวดเร็วมาก ซึ่งถูกเขียนด้วย Rust มันจะทำการตรวจสอบ Code ของคุณในเรื่องเกี่ยวกับ Style, Unused Imports และปัญหาด้าน Formatting ได้แทบจะทันที

มันสามารถสแกนทั้ง Project ได้ภายในไม่กี่วินาที และแก้ไขปัญหาส่วนใหญ่ให้ได้โดยอัตโนมัติ

จุดเด่นของเครื่องมือนี้:

Ruff จะช่วยตรวจสอบและจัดรูปแบบ Code ได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ Code มีความ Clean และสม่ำเสมอ โดยไม่เพิ่มภาระให้กับ Workflow

5. pre-commit

pre-commit จะทำการตรวจสอบให้โดยอัตโนมัติทุกครั้งก่อนที่คุณจะ Commit Code ใน Git มันยังช่วยดักจับปัญหาในเรื่อง Formatting, Linting หรือแม้แต่ความเสี่ยงจากการรั่วไหลของข้อมูลสำคัญ

เรียกใช้คำสั่งที่จำเป็นด้านล่างนี้ เพื่อตั้งค่า

สิ่งนี้จะ Run Hook ทั้งหมดที่ตั้งค่าไว้ ได้แก่ trailing-whitespace, end-of-file-fixer, check-yaml, check-added-large-files และ black กับทุกไฟล์ใน Repository

จุดเด่นของเครื่องมือนี้:

pre-commit จะช่วยทีมของคุณจากการเขียน Code ที่หละหลวมจนเกิดปัญหา ด้วยการหยุดการ Commit ที่ไม่ควรเกิดตั้งแต่ต้นทาง

6. cookiecutter

การเริ่ม Project จากศูนย์ดูจะเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ แต่ cookiecutter จะช่วยให้คุณสร้าง Project Template ด้วยคำสั่งเดียว

เพียงตอบคำถามไม่กี่ข้อ คุณก็จะได้ Django Project ที่พร้อมใช้งานได้ทันที มันทำงานเหมือนตำราเขียน Code ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาในการ Setup ไปได้หลายชั่วโมง

จุดเด่นของเครื่องมือนี้:

cookiecutter จะเป็นทางลัดของคุณในการสร้าง APIs หรือ CLIs ใหม่ภายในไม่กี่นาที

7. hyperfine

คุณเคยสงสัยไหมว่า Script ไหนที่ทำงานได้เร็วกว่ากัน? hyperfine จะช่วยทำการทดสอบประสิทธิภาพของคำสั่งต่างๆ พร้อมสถิติโดยละเอียด

มันจะทำการทดสอบหลายๆ รอบ และแสดงค่าเฉลี่ย, Standard Deviation และการเปรียบเทียบ มันเหมือนกับมี Stopwatch สำหรับ Terminal ซึ่งเหมาะอย่างมากสำหรับการ Optimization

จุดเด่นของเครื่องมือนี้:

hyperfine จะช่วยให้คุณปรับแต่งเครื่องมือได้อย่างแม่นยำ โดยที่ไม่ต้องคาดเดา

8. lazygit

ในบางครั้ง คำสั่ง Git ก็มีความซับซ้อนเหมือนอย่างเขาวงกต ซึ่ง lazygit จะมี Terminal UI สำหรับจัดการ Commits, Branches และ Diffs ได้ง่ายขึ้นอย่างมาก

คุณสามารถกด ? เพื่อดู Help, ใช้ Space เพื่อ Stage ไฟล์ และกด c เพื่อทำการ Commit มันเหมือนกับการมี Git Dashboard อยู่ใน Terminal ของคุณเลย

จุดเด่นของเครื่องมือนี้:

lazygit จะช่วยทำให้ Repository ที่ดูซับซ้อน ดูเข้าใจได้ง่ายขึ้นทันที

9. pipx

pipx ถูกใช้สำหรับติดตั้งและ Run Python CLI Apps ใน Environment ที่แยกออกจากกัน โดยไม่ไปรบกวน Python หลักของคุณ

คุณสามารถ Run เครื่องมือต่างๆ เช่น black, flake8 หรือ httpie ได้อย่างปลอดภัยจากที่ไหนก็ได้

จุดเด่นของเครื่องมือนี้:

pipx จะช่วยให้ Global Python ของคุณ Clean อยู่เสมอ ในขณะที่ยังคงใช้เครื่องมือที่ดีที่สุด

10. entr

entr จะทำการตรวจสอบไฟล์ และ Run คำสั่งทุกครั้งที่ไฟล์มีการเปลี่ยนแปลง มันเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการ Automated Testing, Rebuild หรือ Run Scripts ได้แบบ Real-Time

เมื่อไฟล์ .py มีการเปลี่ยนแปลง Script ของคุณจะถูก Restart โดยอัตโนมัติ

จุดเด่นของเครื่องมือนี้:

entr จะช่วยเปลี่ยนงานที่ต้อง Run ซ้ำๆ ให้กลายเป็น Workflow แบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบโดยไม่ต้องลงมือทำเอง

11. httpie

httpie เป็น CLI Tool สำหรับส่ง HTTP Requests ด้วย Syntax ที่อ่านง่าย และ Output ที่จัดรูปแบบมาแล้วเป็นอย่างดี มันเหมาะอย่างมากสำหรับการทดสอบ APIs

มันจะทำการจัดรูปแบบของ JSON Responses ให้โดยอัตโนมัติ ทำให้การ Debug API Calls สามารถทำได้ง่ายขึ้น

จุดเด่นของเครื่องมือนี้:

httpie จะทำให้การโต้ตอบกับ APIs เร็วและเป็นมิตรกับผู้ใช้งาน ไม่ต้องทนใช้งาน curl ที่อ่านยากอีกต่อไป

12. glow

glow จะช่วย Render Markdown ใน Terminal พร้อมสี, Tables และ Links มันเหมาะอย่างมากสำหรับอ่านเอกสารโดยที่ไม่ต้องออกจาก CLI

คุณสามารถอ่าน README หรือ Documentation ของ Project ได้โดยตรงจาก Terminal นอกจากนี้ยังสามารถดึง Markdown จาก HTTP มาแสดงผลได้อีกด้วย

จุดเด่นของเครื่องมือนี้:

glow จะช่วยทำให้การอ่าน Markdown ในระหว่างการเขียน Code เป็นเรื่องที่น่าสนุกมากขึ้น โดยที่ไม่ต้องเปิด Editor เพิ่ม

สรุป

และนี่ก็เป็น 12 CLI Tools ที่ช่วยยกระดับ Developer Workflow ให้เร็วและเป็นระบบมากขึ้น โดย CLI Tools เหล่านี้จะช่วยให้ทำให้การทำงานในแต่ละวันของคุณ เร็วขึ้น, เป็นอัตโนมัติมากขึ้น และผิดพลาดน้อยลง เมื่อเครื่องมืออย่าง Ruff, pre-commit, lazygit และ pipx ทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว คุณสามารถโฟกัสกับการเขียน Code ได้เต็มที่มากขึ้น โดยไม่ต้องสะดุดกับเรื่องจุกจิกระหว่างทาง

ที่มา: https://levelup.gitconnected.com/

 

 

รับตำแหน่งงานไอทีใหม่ๆ ด้วยบริการ IT Job Alert

 

อัพเดทบทความจากคนวงในสายไอทีทาง LINE ก่อนใคร
อย่าลืมแอดไลน์ @techstarth เป็นเพื่อนนะคะ

เพิ่มเพื่อน

 

บทความล่าสุด